Missfineday.com อัพเดทเทรนด์ Fashion อัพเดทความสวยความงาม หลากหลายไลฟ์สไตล์ ติดต่อเรา Missfineday.com  
 
BEAUTY
   
 
       

        คนส่วนใหญ่เมื่อรับประทานน้ำตาล ไม่ว่าจะในรูปเครื่องปรุง หรือขนมหวานมัก
    ลืมว่าน้ำตาลให้พลังงานเช่นเดียวกับข้าวและแป้ง จึงถือเป็นพลังงานส่วนเกินที่
    ร่างกายจะได้รับ น้ำตาลเพียง 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานถึง 48 กิโลแคลอรีซึ่งเท่า
    กับข้าวประมาณ ? ทัพพี อีกทั้งยังไม่มีวิตามิน เกลือแร่ กากใยอาหารที่ร่างกาย
    ต้องการ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป จึงทำให้เกิดปัญหา
    สุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น ฟันผุ ไขมันในเลือดสูง อ้วนง่าย
 
 
    สารให้ความหวานที่ให้พลังงานชนิดอื่นนอกเหนือ จากน้ำตาลทรายและฟรุคโตส
    ได้แก่ น้ำเชื่อมจากข้าวโพด น้ำผลไม้หรือน้ำผลไม้เข้มข้น น้ำผึ้ง กากน้ำตาล
    (molasses) เด็กซ์โทรส (dextrose)และ มอลโตส (maltose) มีผลต่อระดับ
    น้ำตาลในเลือดเช่นเดียวกับน้ำตาลทราย และฟรุคโตส นอกจากนี้ยังมีน้ำตาล
    แอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลต่อระดับน้ำตาลน้อยกว่าน้ำตาลทรายและคาร์โบไฮเดรต
    อื่นๆ แต่ถ้ากินมากจะรู้สึกไม่สบายท้องหรือท้องเสีย
            
 



1. หยุดเติมน้ำตาล เป็นวิธีง่ายที่สุดและเห็นผลในการลด
น้ำหนักและพลังงาน แต่การหยุดกินน้ำตาลทันทีอาจทำได้ยาก
จึงควรลดปริมาณน้ำตาลลงทีละน้อย เช่น ลดปริมาณน้ำตาลใน
ชา กาแฟและนมที่ดื่มอยู่ หรืออาจใช้น้ำตาลเทียมซึ่งให้แคลอรี
น้อยแทนน้ำตาล เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนมจุบจิบ ลูก
อม ช็อคโกแลต เป็นต้น
 
2. อย่าหลงคารมคำโฆษณาว่าเป็น “น้ำตาลสุขภาพ” เช่น
น้ำตาลทรายแดงเพราะไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลชนิดใดก็ล้วนให้พลังงาน
เท่ากัน
 
3. รับประทานผลไม้แทนขนมหวาน เพราะผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ
และมีเส้นใยอาหารที่ช่วยลด หรือชะลอการดูดซึมน้ำตาล และ
คาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน แต่ควรจำกัดปริมาณ
เพียงวันละ 2 อุ้งมือ เพราะในผลไม้ก็มีน้ำตาลอยู่ด้วย และเลี่ยง
ดื่มน้ำผลไม้ เพราะจะได้รับน้ำตาลมากเกินความต้องการ
 


      4. ลดหรือกำจัดคาร์โบไฮเดรตแปรรูป จำพวกขนมปังและเบเกอรี่ เส้น
      พาสต้าและของขบเคี้ยวเพราะส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งซึ่งจะเปลี่ยนไป
      เป็นน้ำตาลในเลือดได้เร็วพอๆ กับการกินกลูโคส นอกจากนี้คาร์โบ
      ไฮเดรตที่เหลือใช้ จะถูกเก็บสะสมเป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันที่
      ร่างกายเก็บเป็นเสบียง
 
     5. ระวังของว่างไร้ไขมัน จากความเชื่อผิดๆที่ว่า ถ้าอาหารไร้ไขมันจะ
     ไม่ทำให้อ้วน ความจริงอาหารไร้ไขมันยังมีน้ำตาลและปริมาณแคลอรีสูง
 
     6. อ่านฉลากอาหารเพื่อค้นหาน้ำตาลและไขมันไม่ดี สำหรับผู้ที่เป็นโรค
     เบาหวาน หรือต้องการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน แต่ยัง
     ติดใจในรสหวานชนิดเลิกไม่ได้ อาจใช้สารให้ความหวานชนิดที่ให้
     พลังงานต่ำ ในอาหารสำเร็จรูปหรือเครื่องดื่มที่มีสาร ให้ความหวานดัง
     กล่าวมักระบุไว้บนฉลากว่า"ปราศจากน้ำตาล" หรือ "sugar free"
 
     7. ระวังการใช้สารให้ความหวานเทียมหรือสารทดแทนความหวานมาก
     เกินควร เพราะอาจทำให้ร่างกายมีความอยากน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต
     มากขึ้น
 
     8. คำนวณปริมาณน้ำตาล โดยอ่านข้อมูลโภชนาการที่แสดงปริมาณ
     น้ำตาลทั้งหมด เป็นกรัมแล้วหารด้วยสี่ จะเท่ากับจำนวนช้อนชาของ
     น้ำตาลที่กินเข้าไป
 
     แม้รสหวานจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับอาหาร แต่ถ้าบริโภคใน
     ปริมาณมากจะทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เป็นของ
     แถมตามมาได้
 
                                                                          ที่มา : http://www.teenrama.com
   Home  |  Fashion  |  Beauty  |  Lifestyle  |  Brandblog  |  Contacts
Copyright © 2009 www.missfineday.com All rights reserved.