4. ลดหรือกำจัดคาร์โบไฮเดรตแปรรูป จำพวกขนมปังและเบเกอรี่ เส้น |
| พาสต้าและของขบเคี้ยวเพราะส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งซึ่งจะเปลี่ยนไป |
| เป็นน้ำตาลในเลือดได้เร็วพอๆ กับการกินกลูโคส นอกจากนี้คาร์โบ |
| ไฮเดรตที่เหลือใช้ จะถูกเก็บสะสมเป็นไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันที่ |
ร่างกายเก็บเป็นเสบียง
|
| |
| 5. ระวังของว่างไร้ไขมัน จากความเชื่อผิดๆที่ว่า ถ้าอาหารไร้ไขมันจะ |
| ไม่ทำให้อ้วน ความจริงอาหารไร้ไขมันยังมีน้ำตาลและปริมาณแคลอรีสูง |
| |
| 6. อ่านฉลากอาหารเพื่อค้นหาน้ำตาลและไขมันไม่ดี สำหรับผู้ที่เป็นโรค |
| เบาหวาน หรือต้องการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน แต่ยัง |
| ติดใจในรสหวานชนิดเลิกไม่ได้ อาจใช้สารให้ความหวานชนิดที่ให้ |
| พลังงานต่ำ ในอาหารสำเร็จรูปหรือเครื่องดื่มที่มีสาร ให้ความหวานดัง |
| กล่าวมักระบุไว้บนฉลากว่า"ปราศจากน้ำตาล" หรือ "sugar free" |
| |
| 7. ระวังการใช้สารให้ความหวานเทียมหรือสารทดแทนความหวานมาก |
| เกินควร เพราะอาจทำให้ร่างกายมีความอยากน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต |
| มากขึ้น |
| |
| 8. คำนวณปริมาณน้ำตาล โดยอ่านข้อมูลโภชนาการที่แสดงปริมาณ |
| น้ำตาลทั้งหมด เป็นกรัมแล้วหารด้วยสี่ จะเท่ากับจำนวนช้อนชาของ |
น้ำตาลที่กินเข้าไป
|
| |
| แม้รสหวานจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับอาหาร แต่ถ้าบริโภคใน |
| ปริมาณมากจะทำให้เกิดโรคอ้วน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เป็นของ |
| แถมตามมาได้ |
| |