นักวิจัยแห่งคอร์แนลพัฒนาซอฟต์แวร์จับโกหก
ในขณะที่คนทั่วไปมักจะสังเกตคำพูดและปฏิกิริยาของคนผ่านทางใบหน้า ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดได้ แต่สำหรับนักวิจัยแห่งคอร์แนล
ได้พัฒนาการจับโกหกไปอีกขึ้นด้วยการวิเคราะห์ข้อความในอีเมล์และ SMS จากความพยายามเป็นเวลา 3 ปีในการแปลงค่าตัวชี้วัด
เหล่านี้ ทีมนักวิจัยได้ศึกษาจากผลการวิจัยด้านการสนทนาและการโกหกที่มีมากว่า 40 ปี รวมถึงงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับเนื้อหาในสื่อ
|
คอมพิวเตอร์จากอีเมล์ในกรณีของบริษัท Enron ด้วยวิธีการตรวจสอบการใช้คำ การใช้คำกริยา และปัจจัยอื่นๆ ในประโยค
ซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้ตัวแปรที่ประกอบข้อความ (contextual parameters) เพื่อค้นหาการโกหก
ทั้งนี้ตลาดของซอฟต์แวร์ตัวนี้คือ นักสืบ คู่สามีภรรยา และคณะกรรมการด้านจริยกรรมของบริษั
คุณผู้หญิงเคยคิดไหมคะว่า การจะจับใครสักคนนั่งลงแล้วขอให้เขาพูดความจริงนั้นมันชั่งยากซะเหลือเกินโดยเฉพาะกับหนุ่มๆเจ้าเสน่ห์
ล่ะก็มักจะหาความจริงไม่ได้เอาซะเลย และ Missfineday ก็มีวิธีจับผิดคำโกหกของคุณหนุ่มๆมาฝากให้คุณสาวๆได้นำไปใช้กันด
พวกที่ไม่ได้โกหกเป็นอาชีพ
1. เวลาพูดเขาจะจับอวัยวะเหล่านี้
- จมูก การจับจมูกเป็นการ detect การโกหกที่ชัดที่สุด เพราะเวลาเราโกหก เลือดจะไปคั่งที่จมูก
- จับหูโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะหูขวา (เพราะการโกหก ใช้สมองซีกซ้ายครับ สมองซีกซ้ายจะคุมร่างกายส่วนขวา)
2. ถูคอ
แปลว่า..."รับปาก แต่ที่จริงเขาไม่แน่ใจว่าจะทำตามนั้นได้หรือไม่" หรือเขี่ยๆตาตัวเอง (แสดงว่ากำลังคิดหรือหาทางให้มือสัมผัส
อะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เปิดไต๋ได้) เป็น body language ของ"อาการลำบากใจ"
3. เวลาคุณถามเกี่ยวกับความทรงจำ
เช่น วันนี้ไปไหนมา คนที่"กำลังนึกจริงๆ"จะกลอกตาไปด้านซ้ายหรือไม่ก็เพ่งตรงจุดกลาง เพราะสมองส่วนนั้นเป็นความจำที่เพิ่งผ่านมา
แต่ถ้ากลอกตาไปด้านบนขวา คือกำลังนึกเรื่องโกหกอยู่
|
 |
4. จะหยุดนิดนึงก่อนตอบคุณ ไม่ตอบทันที เพราะ "กำลังคิดหาคำตอบ"
5. หาเรื่องโวยวายใส่คุณทันทีทั้งที่คุณถามคำถามง่ายๆ
เรียกว่า reverse psychology คือทำให้คุณตกเป็นฝ่ายโดนเขาซักซะ
แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายโดนซัก (ผู้ชายเป็นบ่อยตอนโดนแฟนถามถึง"เบอร์แปลกๆ"
แกจะโวยวายใหญ่โตขึ้นมาทันที หาว่าผู้หญิงขี้ระแวง ยุ่งย่าม วุ่นวาย...
แน่ะ-ใช้อารมณ์ฟึดฟัดเข้าข่ม)
6. กะพริบตาบ่อยๆ
แสดงถึงการพูดไม่จริง (ผมสังเกตหลายครั้งแล้วเวลาดูพวกนักการเมืองในทีวี
ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่จริง ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ได้ทำ เขาจะฝึกจ้องตาผู้ถามได้เก่ง
มาก ไม่มีล่อกแล่ก แต่...มันจะมีกระพริบตานิดๆเสมอ ตรงข้ามกับคนพูดจริง
เขาจะจ้องตาคุณแบบไม่กระพริบ ไม่มองที่อื่นเลย)
7. มือมักเก็บไว้ใต้โต๊ะ
(กรณีที่สาวๆ หลายคนบอกว่า"เขาจ้องตาหนูนะคะ" (แบบ"โกหกตาใส")
ให้ลองดูมือเขาครับ มือเขาจะไม่วางบนโต๊ะและแบออก
ซึ่งเป็นท่า "เปิดเผย จริงใจ" ตาจ้อง แต่มือปิด กำแน่น หรือหลบใต้โต๊ะ...ชะ..
ไอ้หมอนี่โกหกชัวร์)
|
|
| พวกที่โกหกเป็นอาชีพ |
1. ตาเขาจ้องคุณ แต่มือเขาจะกำในท่าที่ปิด แสดงว่าหมอนี่..เฟค
2. พูดน้ำเสียงจริงจัง เสียงดังฟังชัดแต่...ดันกอดอก = ท่าปกป้องตัวเอง เขาไม่ได้เปิดเผยกับคุณเหมือนน้ำเสียง
3. บอกว่าท้าให้คุณพิสูจน์ได้เลยแต่...ไม่มีการยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าจะให้พิสูจน์ได้ยังไง ที่ไหน และเมื่อไหร่ (เช่น บอกคุณว่าผมไม่มี
อะไรกับน้องที่ทำงานหรอก ท้าให้คุณไปดูตอนเราเข้าค่ายพนักงานได้เลย แต่..ไม่บอกคุณว่าจะให้คุณไปเข้าค่ายด้วยวันไหน เมื่อไหร่..)
|