| |
| |
| |
| |
| |
| |
| ใบหน้า คนเรานั้นมีความแตกต่างกันตามเชื้อชาติและภูมิภาค อย่างคนเชื้อชาติคนเอเชี่ยน |
| ซึ่งมักอาศัยอยู่ในแถบยุโรปหรืออเมริกาก็จะมีโครงหน้าใหญ่ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง จึงดูสมส่วน |
| ซึ่งถ้าเทียบกับโครงหน้าคนเอเชียอย่างเราๆ แล้ว ก็จะพบว่าสัดส่วนของใบหน้าส่วนล่าง หรือ |
| บริเวณกรามมักจะใหญ่กว่าใบหน้าส่วนกลางและส่วนบนทำให้ดูเป็นคนหน้าเหลี่ยม ซึ่งมักไม่เป็น |
| ที่ปรารถนาของคนรุ่นใหม่นัก วัยรุ่นสมัยนี้มักนิยมใบหน้ารูปไข่ เราจึงเห็น วัยรุ่นสมัยนี้พยายาม |
| ปล่อยผมยาวมาปิดด้านข้างของใบหน้าเพื่อลบเหลี่ยมทั้งสองข้างเปิดให้เห็นเฉพาะส่วนกลางเท่า |
| นั้น ซึ่งจัดเป็นวิธีการตกแต่งตนเองที่ดีอีกวิธีหนึ่ง |
| |
| ความกว้างหรือขนาดของใบหน้าส่วนล้างนั้นถูกกำหนดจาก 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ |
| 1. และความกว้างของกระดูกขากรรไกร (Mandibular bone) |
| 2. ขนาดความหนาของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว (Masseter muscle) |
| 3. เนื้อเยื่อไขมันโดยรอบกล้ามเนื้อ |
| |
ดังนั้น ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งมีมากกว่าปกติก็จะทำให้รูปหน้าดูเป็นเหลี่ยมได้ซึ่งโดยมากแล้ว
มักมีสาเหตุจากกระดูกและกล้ามเนื้อมากกว่าเนื้อเยื่อไขมัน เราสามารถแยกภาวะทั้งสอง
ออกจากกันได้คร่าวๆ โดยการกัดฟันถ้าโตจากกล้ามเนื้อใบหน้าก็จะดูเหลี่ยมมากขึ้นและ
คลำกล้ามเนื้อได้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นจากการโตหรือกรามกระดูกขากรรมไกรแล้วเราสามารถ
คลำมุมกรามทั้งสองได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะถ้าดูจากด้านข้างของใบหน้าจะเห็นมุมกราม
เป็นรูปเหลี่ยมชัดเจนอย่างไรก็ตามบางคนจะมีใดส่วนหนึ่งมีมากกว่าปกติก็จะทำให้รูปหน้าดู
เป็นเหลี่ยม ได้ซึ่ง โดยมากแล้วมักมีสาเหตุจากกระดูกและกล้ามเนื้อมากกว่าเนื้อเยื่อไขมัน
เราสามารถแยกภาวะทั้งสองออกจากกันได้คร่าวๆโดยการกัดฟันถ้าโตจากกล้ามเนื้อใบหน้า
ก็จะดูเหลี่ยมมากขึ้นและคลำกล้ามเนื้อได้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นจากการโตหรือกรามกระดูกขา
กรรมไกรแล้ว เราสามารถคลำมุมกรามทั้งสองได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะถ้าดูจากด้านข้าง
ของใบหน้าจะเห็นมุมกรามาเหตุจากทั้งสองส่วนอยู่ด้วยกัน
|
| |
ในการแก้ไขปัญหา หน้าเหลี่ยมนั้นจำเป็นต้องพิจารณาจากสาเหตุเป็นหลักในกรณีที่เกิดจากกระดูกกรามที่ใหญ่และกางการผ่า
ตัดเพื่อลดขนาดของมุมกรามลงบ้าง ยังถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กัน การผ่าตัดชนิดนี้จัดเป็นการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับ
การดมยาสลบ และมักกระทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่สามารถให้การดมยาสลบได ้ สำหรับวิธีการผ่าตัดนั้น สามารถผ่า
ตัดผ่านผิวหนังบริเวณลำคอได้ต่อมุมกราม หรือในกรณีที่ไม่ต้องการให้เห็นเป็นรอยแผลภายนอกก็สามารถที่จะผ่าตัดผ่านเหงือก
ภายในช่องปากได้ ซึ่งวิธีหลังนี้มักเป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากไม่มีแผลเป็นให้เห็น แต่มีข้อเสียก็คือการดูแลรักษาหลังผ่าตัดจะนาน
กว่าและรับประทานอาหารได้ลำบากในช่วงแรกหลังผ่าตัดปัญหาแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดชนิดนี้ ได้แก่ ใบหน้าดูไม่
เท่ากันถ้ากระดูกที่ตัดออกมามีขนาดต่างกันมากหรือมุมปากตกเนื่องจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้า เป็นต้น
|
| |
| |
สำหรับการแก้ไขปัญหา ของกล้ามเนื้อที่โตกว่าปกตินั้น ในอดีตเรามักนิยมใช้วิธีการผ่าตัดเอากล้ามเนื้อออกบางส่วนเพื่อให้มันบาง
ลงส่วนวิธีการผ่าตัดก็คล้ายกับการผ่าตัดกระดูกกรามดังกล่าวข้างต้น ซึ่งวิธีการเช่นนี้มักก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาค่อนข้างมากเช่น
มีก้อนเลือดคั่งหลังผ่าตัด การบาดเจ็บของเส้นประสาทใบหน้า และการหดรัดของกล้ามเนื้อส่วนที่เหลือไม่เท่ากันเป็นต้นซึ่งในปัจจุบัน
เราสามารถใช้นวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาทดแทนการผ่าตัดชนิดนี้ได้ เป็นการใช้สารเคมีเข้าไปยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อซึ่งจะยังผล
ให้กล้ามเนื้อมีขนาดบางลงในที่สุด สารเคมีที่ใช้มีชื่อว่า โบทูลินัมท๊อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A)ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่
เรานำมาใช้ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ในปัจจุบันสารเคมีชนิดนี้ที่นำ
เข้ามาใช้ในประเทศไทยในขณะมีสองบริษัทด้วยกัน ได้แก่ Botox
และDysportซึ่งจากการศึกษาและนำมาใช่โดยเฉพาะประเทศเกาหลี
และฮ่องกงพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยง
กับผลข้างเคียงจากการผ่าตัดไม่ต้องหยุดงาน เพราะสามารถฉีดแล้ว
กลับไปทำงานต่อได้เลยหลังรักษาผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลง
ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน
|